PiYa kids brand เสื้อผ้า Sexy Brand สำหรับเด็กที่มากกว่าคำว่าเซ็กซี่ เพราะมันต้องมาพร้อมความสามารถที่เหนือกว่า

ตอนนี้นอกจากระแส sexy กำลังมาแรงแล้วบอกเลยว่าตอนนี้อีกหนึ่งเรื่องคือการที่พ่อแม่หันมาใส่ใจลูกมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเรียนที่เอาเป็นว่าลูกอยากเรียนอะไรพ่อกับแม่สมัยนี้ก็ตามใจไปหมด และมาถึงอีก หนึ่งแบรนด์ที่มีอิทธิพลพอสมควรกับ Piya Kid Brand  ที่ต้องบอกเลยว่านำหน้า และเดินก่อนใครในสายงานของความ Sexy สำหรับเด็กและนอกจากนี้ยังส่งเสริมความสามารถด้านบุคคลิกภาพที่ไม่ว่าใครเองก็ต้องร้องว๊าวในความสามารถของเด็กกลุ่มนี้เป็นอย่างแน่นอน ผู้บริหาร คุณแกมแก้ว โลกวิทย์ คุณพรประเสริฐ มีชนสม ก่อตั้งมาจะ 5 ปี แรงบันดาลใจมาจากลูกสาว ต้องการให้ลูกสาวแต่งตัวแฟชั่นสไตน์เซ็กซี่ ตอนที่เริ่มไม่สามารถหาซื้อได้ จึงได้ตัดขึ้นมาเอง เพื่อให้ลูกสาวได้ใส่ พอมีคนเห็นจึงมีคนอยากใส่บ้างเลยทำขาย เราจึงเป็นแบรนด์แรกที่ทำแฟชั่นเซ็กซี่ เป็นเจ้าแรกของเมืองไทย ซึ่งประสบความสำเร็จมาก การทำตัวไวรอล ตัวนี้...

เข้มแข็งมาก! แม่คลอดลูกกลางหิมะ พ่อใช้ฟันกัดสายสะดือให้

คุณพ่อหมาดๆ ใช้ฟันกัดสายสะดือให้ลูกชาย หลังภรรยารอเจ้าหน้าที่มาช่วยไม่ไหว คลอดลูกกลางทุ่งท่ามกลางพายุหิมะ แล้วไม่มีกรรไกรตัด เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ตามเวลาในท้องถิ่นประมาณ 02:00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอเสียนเฟิง เมืองเอินซือ มณฑลหูเป่ย ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากชายแซ่เสินคนหนึ่งให้เข้าไปช่วยภรรยาของเขาที่กำลังจะคลอดลูกอยู่ในบ้าน ซึ่งออกไปโรงพยาบาลไม่ได้ เนื่องจากมีพายุหิมะที่ตกหนักต่อเนื่องมาตั้งแต่คืนวันพุธ ที่ 22 ก.พ. หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถพยาบาลของสถานีอนามัยได้รับแจ้งก็รีบรุดไปยังบ้านของนายเสินทันที แต่ด้วยทางเข้าหมู่บ้านต้องข้ามแม่น้ำ ซึ่งไม่มีสะพานทางหลวง มีเพียงสะพานแขวนง่ายๆ เท่านั้น หากขับรถข้ามทางสะพานท่องเที่ยว จะต้องอ้อมไปไกลถึง 20 กิโลเมตร นั่นจะทำให้ไม่ทันการณ์ เจ้าหน้าที่จึงนัดแนะให้นายเสินพาภรรยาใกล้คลอดเดินทางออกมาบริเวณถนนริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งจะช่วยกระชับเวลาได้ แต่ด้วยหิมะตกหนักและถนนลื่น ทำให้รถพยาบาลลื่นไถลลงไปติดอยู่ในร่องน้ำข้างทาง ขณะเดียวกันนายเสินก็พาภรรยามาถึงที่ที่นัดแนะกับเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว ด้วยเวลาคับขันเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปขอยืมรถของชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น แล้วรีบเดินทางเข้าไปช่วยเหลือต่อทันที...

7 คำพูดดี ๆ ที่พ่อแม่ควรบอกลูกรักทุกวัน

   หากคุณพ่อคุณแม่คิดว่า การกระทำที่แสดงออกว่ารักลูกโดยไม่ต้องบอกต้องกล่าวอะไรกันทุกวัน นั่นคือสิ่งที่ดีและเพียงพอแล้ว บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิดแล้วล่ะค่ะ เพราะบางทีการกระทำที่แสดงออกถึงความรัก ถ้าปราศจากคำพูดน่ะ ลูกของคุณอาจไม่มีทางรับรู้ได้แน่นอนว่ารัก ฉะนั้นกระปุกดอทคอมขอแนะนำว่า คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มใช้ 7 คำพูดนี้บอกลูกรักของคุณทุก ๆ วัน รับรองว่าจะช่วยสานสัมพันธ์พ่อ แม่ ลูก ได้อย่างแนบแน่น แถมยังเป็นการสอนลูกไปในตัวด้วยนะ พ่อกับแม่รักลูกนะ เด็กทุกคนต้องการความรัก ความเอาใจใส่ และความรู้สึกปลอดภัยจากพ่อแม่ของพวกเขา ซึ่งการบอกว่ารักลูกให้เขาได้ยินทุกวันนี่แหละเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้เขารู้สึกได้รับความรัก เพราะถึงแม้ว่าคุณจะทำทุกสิ่งทุกอย่างให้เขาด้วยความรัก แต่ไม่พูดคำนี้ออกจากปาก เชื่อเถอะว่าการรับรู้มันต่างกันแน่นอนอยู่แล้ว 2. ลูกทำให้พ่อกับแม่มีความสุขมาก สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว ลูกคือความสุขและความรักแบบที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งถ้ารู้สึกอย่างนั้นอยู่แล้ว ก็อย่าเขินอายหรือรอเวลาที่จะบอก เพราะไม่แน่ว่ามันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ สู้บอกความรู้สึกดี ๆ กับเขาในวันนี้และบอกทุก...

ระวัง!!! ลูกน้อย แพ้!!! ยามหาหิงคุ์

คุณแม่มือใหม่โปรดระวังในการใช้ยามหาหิงคุ์!!! เป็นที่ทราบกันดีว่ายามหาหิงคุ์ มีเอกเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือกลิ่นยาค่อนข้างแรง นอกจากมีสรรพคุณบรรเทาอาการท้องอืดในเด็กแล้ว ยังพบว่ายามหาหิงคุ์ยังใช้ในการรักษาโรคหวัด และไอได้ด้วย แต่อย่าลืมว่า ยามหาหิงคุ์ ชนิดน้ำที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลสยนั้น มีส่วนผสมหลักคือ แอลกอฮอร์มากถึง 70% เลยทีเดียว หากทาบ่อยๆ อาจทำให้เด็กผิวแห้งได้ โดยเฉพาะในเด้กกลุ่มที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว เคสตัวอย่าง คุณแม่และคุณยายพาลูก พาเด็กอ่อนอายุประมาณ 2-3 เดือนมาหาหมอด้วยเรื่องผิวหน้าท้องเป็นผื่นแดง แห้ง แตกถามประวัติแล้วได้ความว่าลูก หลานร้องไห้ กวน เลยเอายามหาหิงคุ์ ทาหน้าท้องให้ทุกครั้ง จนกระทั่งมีผื่นขึ้นที่หน้าท้อง จึงพามาหาหมอ ยามหาหิงคุ์มีข้อแนะนำและข้อจำกัดในการใช้ ดังนี้  มหาหิงคุ์ที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะทิงเจอร์มหาหิงคุ์) ไม่ควรให้เด็กรับประทาน เพราะแอลกอฮอล์ปริมาณมากจะมีผลเสียต่อเด็ก...

“ซุปข้นเพิ่มรัก” เมนูของหนูน้อยวัยหัดหม่ำ

มื้อแรกสำหรับทารกวัย 6 เดือนนั้น นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่คุณแม่ควรใส่ใจ นั่นเพราะสารอาหารที่ลูกน้อยจะได้รับนั้น ล้วนคือสิ่งสำคัญต่อพัฒนาทางสมองและร่างกายของลูกน้อย ทราบกันดีอยู่แล้วว่านมแม่มีสารอาหารครบถ้วนและดีที่สุดสำหรับทารก แต่หากในกรณีที่คุณแม่ท่านไหนต้องใช้ผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ ทดแทน ขอแนะนำว่านมแพะ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอีกท่านหนึ่ง ด้วยนมแพะมีระบบคัดหลั่งน้ำนมใกล้เคียงกับนมแม่ เรียกว่า ระบบอะโพไคร์น ซึ่งแตกต่างจากนมทั่วไป ทำให้นมแพะและนมแม่มีสารอาหารจากธรรมชาติหลุดพร้อมกับน้ำนมในปริมาณที่สูง เรียกว่า Bioactive Components ซึ่งเป็นสารสำคัญที่เสริมสร้างการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกน้อย นอกจากนี้ในนมแพะมีโปรตีนนุ่ม ย่อยง่าย ช่วยในการดูดซึมเกลือแร่ต่าง ๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้ในนมแพะยังมีแอลฟาเอสวันต่ำ มีเบต้าเคซีนสูง มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย...

‘ผื่นผ้าอ้อม’ จอมวายร้ายที่คุณแม่ทั้งหลายจัดการได้!

“ผ้าอ้อมสำเร็จรูป” ของใช้จำเป็นที่คุณแม่ยุคนี้ขาดไม่ได้ เพราะสะดวกสบาย และประหยัดเวลา เปลี่ยนง่าย ใช้เสร็จ สามารถทิ้งได้เลย แต่ก็มักพบกับปัญหา “ผื่นผ้าอ้อม” เพราะผิวของลูกยังไม่แข็งแรง บอบบางกว่าที่เราคิดเยอะ ทำให้แพ้ เป็นผื่นได้ แม้เสียดสีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เชื่อว่าคุณแม่แทบทุกท่านต้องเคยเจอกับปัญหา ผื่นแดง ก้นแดง ของลูกน้อย เปลี่ยนผ้าอ้อมมากี่ยี่ห้อแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม ต้องทนดูลูกอึดอัด ทรมาน แถมงอแง เพราะไม่สบายตัว ไม่ต่างจากผู้ใหญ่อย่างเราที่ใส่เสื้อผ้าคับ หรืออับชื้น ไม่พอดีตัว ยังรู้สึกอึดอัดเลย แล้วนับประสาอะไรกับลูกน้อยที่ยังไม่สามารถพูดบอกเราได้ชัดเจน แถมยังต้องทนใส่ผ้าอ้อมตลอดเวลา ก่อนอื่นลองเช็คดูว่าผ้าอ้อมที่ใช้อยู่มีการใช้สารทำให้ผ้าอ้อมนุ่ม อย่างโลชั่นหรือน้ำหอมรึเปล่า มีมาตรฐานรับรองมั้ย เพราะในผ้าอ้อมสีขาวบริสุทธิ์นั้นอาจผ่านการฟอกขาวจากสารคลอรีน ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นโรคระยะยาวอย่างทางเดินหายใจ...

วิธีที่สูติแพทย์ใช้ในกระตุ้นคลอด และเร่งคลอด

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนแอบหวั่นใจ เมื่อเข้าสู่เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ แต่ไม่มีอาการเจ็บครรภ์เตือนเลยแม้แต่น้อย เกรงว่าจะถูกเร่งคลอด เพราะจากประสบการณ์คุณแม่ที่ผ่านการกระตุ้นให้เจ็บครรภืคลอดนั้นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เจ็บมากกว่า การเจ็บครรภ์คลอดตามธรรมชาติหลายสิบเท่าตัว จึงทำหใ้คุณแม่ที่ยังไม่มีอาการเตือนในเดือนสุดท้ายของการั้งครภ์หวั่นใจ เกรงว่าต้องถูกเร่งคลอดแน่ๆ ก่อนอื่นคุณแม่ตั้งครรภ์ มาทำความเข้าใจเรื่อง ” เร่งคลอด ” และ ” กระตุ้นคลอด “ ให้ถูกต้องนะคะ เพราะสองคำนี้ความหมายทางการแพทย์ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ “การกระตุ้นคลอด” ทางการแพทย์หมายถึง กรณีคุณแม่ตั้งครรภ์ ยังไม่มีอาการเจ็บครรภ์เตือนตามธรรมชาติ แต่มีเหตุเพื่อประครองชีวิตแม่ หรือเพื่อให้ลูกมีชีวิตรอดจึงต้องทำให้คุณแม่ท่านนั้นเข้าสู่กระบวนการคลอด โดยไม่ต้องรอให้เป็นไปตามธรรมชาติ สาเหตุสำคัญที่สูติแพทย์จะพิจารณา กระตุ้นคลอดให้กับแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์มีภาวะเเทรกซ้อนครรภ์เป้นพิษระดับรุนแรง 2.ตรวจพบทารกในครรภ์เสียชีวิตแล้ว ทารกในครรภ์น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานระดับรุนแรง อายุครรภ์เกินกำหนด คือมากกว่า 42 สัปดาห์ 5. มีน้ำเดินโโยไม่มีอาการเจ็บครรภ์...

5 วิธีเตรียมความพร้อมน้องหมา เมื่อคุณแม่มีเบบี้คนใหม่

5 วิธีเตรียมความพร้อมน้องหมา เมื่อคุณแม่มีเบบี้คนใหม่ มาดูกันสิว่าเราจะปรับพฤติกรรมและให้เขาพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ในบ้านอย่างไรให้ไร้ปัญหา คุณแม่คนไหนที่กำลังเลี้ยงน้องหมา และกำลังอุ้มท้องเบบี้คนใหม่อยู่ รู้ไหมคะว่าสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กันกับการเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงลูกเลย ก็คือการเตรียมความพร้อมให้กับน้องหมา เพื่อให้มันพร้อมรับกับสมาชิกคนใหม่ในบ้านและสถานการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนไปนี่แหละ หากไม่อยากให้น้องหมารู้สึกว่าถูกแย่งความรักไป กระปุกดอทคอมบอกเลยว่าคุณแม่ควรลองทำตาม 5 วิธีนี้ เพื่อที่น้องหมากับเบบี้คนใหม่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร้ปัญหา แถมน้องหมาจะได้เข้าใจและไม่รู้สึกเครียดด้วยค่ะ 1. เตรียมให้น้องหมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง บางทีคุณแม่ที่กำลังท้องก็อาจจะเห่อและดีใจรอคอยเบบี้คนใหม่ที่จะเกิดมา จนลืมนึกถึงลูกอีกหนึ่งคน (น้องหมา) ที่อยู่กับคุณมาก่อน บอกเลยว่าเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องเล็กสำหรับเรา แต่มันคือเรื่องใหญ่สำหรับมันมากนะคะ หากคุณแม่เคยดูแลมัน พามันวิ่งเล่นข้างนอกมาก่อน จนรู้ว่าต่อไปเมื่อท้องเริ่มใหญ่จะทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ลองให้คุณพ่อหรือคนอื่นทำแทนตั้งแต่เนิ่น ๆ และคุณแม่ควรเพลา ๆ การใช้เวลาร่วมกับมันให้น้อยลงเรื่อย ๆ วิธีนี้จะช่วยไม่ให้มันเกิดความเครียดเพราะรู้สึกว่าขาดการดูแลเอาใจใส่ค่ะ 2. โชว์พุงป่อง ๆ ให้น้องหมาดู ก่อนที่เจ้าตัวน้อยจะออกมาลืมตาดูโลก คุณแม่ก็สามารถสร้างความคุ้นเคยให้น้องหมาและเบบี้ได้ตั้งแต่อยู่ในท้องค่ะ...

ไขปริศนา!!! เด็กผู้ชายสีฟ้า เด็กผู้หญิงสีชมพู

  เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่า ทำไมเสื้อผ้าหรือแม้กระทั่งของใช้ส่วนใหญ่ของทารกผู้ชายและทารกผู้หญิงมักมีสีเฉพาะตัว ถ้าเด็กคนไหนใส่เสื้อผ้าสีฟ้าหรือสีน้ำเงินเด็กคนนั้นมักจะเป็นเด็กผู้ชาย และเด็กคนไหนที่มีเสื้อผ้าเป็นสีชมพูต้องเป็นเด็กผู้หญิงเสมอ ทฤษฎีสีเหล่านี้ใครเป็นคนคิดขึ้นมานะ วันนี้เรามาไขปริศนาข้อนี้กันค่ะ   ที่มาสีฟ้าของเด็กผู้ชาย ในสมัยโบราณชาวตะวันตกมีความเชื่อที่ว่าสีฟ้าเป็นสีที่มีความสัมพันธ์กับท้องฟ้าซึ่งเป็นที่สถิตของพระผู้เป็นเจ้า สีฟ้าจะให้พลังแก่เด็กผู้ชาย และป้องกันพวกเขาจากวิญญาณชั่วร้าย เพราะมีความเชื่อที่ว่าสิ่งชั่วร้ายจะคอยวนเวียนตามสถานที่เลี้ยงเด็กและจ้องเข้าทำร้าย หรือรังควานชีวิตของเด็กทารก โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เชื่อโชคลางมากๆ ครอบครัวนั้นจะสวมสร้อยประดับด้วยหินสี blue และ violet ให้แก่เด็กทารก เพราะเขาเชื่อว่าเขาเชื่อมโยงสีเหล่านี้เข้ากับความดีและความซื่อสัตย์ และเพื่อให้เครื่องประดับนั้นๆ เป็นเครื่องรางที่เป็นตัวแทนของพระเจ้า ปกป้องเด็กๆ จากอันตราย และทำให้เด็กคนนั้นไม่ดื้อ   ที่มาสีชมพูของเด็กผู้หญิง ส่วนในเด็กผู้หญิงความเป็นมาอันแสนน่ารัก การเลือกใช้เสื้อผ้าสีชมพูสำหรับเด็กผู้หญิงนั้น มีการสันนิษฐานว่าน่าจะเพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงตัวทารกที่เกิดใหม่ ซึ่งเนื้อตัวจะแดงระเรื่อคล้ายสีชมพู บ้างก็ว่าชาวยุโรปแต่โบราณเชื่อว่า เด็กผู้หญิงเล็กๆ เกิดมาข้างในดอกไม้เล็กๆ สีชมพู ก็เลยนิยมแต่งตัวเด็กผู้หญิงด้วยสีชมพู   สรุปได้ดังนี้ นอกจากประวัติความเป็นมาแต่โบราณที่เลือกใช้สีฟ้าให้กับเด็กผู้ชายและสีชมพูสำหรับเด็กผู้หญิงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งทำให้เห็นว่าการเลือกใช้สีเพื่อแยกเพศแล้ว...

ลูกสาวหรือลูกชาย ? เขาว่าดูได้ตั้งแต่ในท้อง

   สำหรับคุณแม่ การนึกถึงว่าลูกจะมีสุขภาพแข็งแรงไหม อวัยวะครบไหม เป็นเรื่องที่ห่วงเป็นอันดับแรก นอกจากนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องที่กังวลรองๆ ลงมา เช่น ลูกจะคลอดง่ายไหม ดื้อไหม และหนึ่งในนั้นก็คงมีเรื่องที่น่านึกถึงอีกหนึ่งอย่างก็คือ ลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แน่นอนว่าลูกชายกับลูกสาวนั้นมีความแตกต่างกัน คุณแม่และคุณพ่อบางคนอยากได้ลูกสาว บางคนอยากได้ลูกชาย ซึ่งเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ทุกยุคทุกสมัยอยากรู้ ก็เลยมีการสังเกตกันตั้งแต่โบราณ จนถึงกับมีการเขียนไว้เลย เชื่อไหมคะ มีตำราบอกเกี่ยวกับลักษณะคุณแม่ที่จะให้กำเนิดลูกไว้ด้วย ว่าลักษณะแบบนี้จะมีลูกเพศใด คุณแม่ลองอ่านดูเพื่อเป็นข้อสังเกตก็ได้ค่ะ แต่อย่าลืมนะคะว่า เป็นเพียงแค่ความเชื่อ ซึ่งมาจากการสังเกต ไม่ใช่การรับรองทางการแพทย์ ดังนั้นไม่ได้หมายถึงต้องตรงกัน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ลองมาดูกันว่า ตัวอย่างความคิดเห็นบางส่วนของคนตั้งแต่โบราณมีความเชื่อเรื่องการให้กำเนิด เพศหญิงหรือชายอย่างไรบ้างค่ะ ดูจากการก้าวเท้าของแม่ โบราณว่า ถ้าให้คุณแม่ยืนตัวตรงแล้วก้าวขาสัก 2...

ข่าวยอดนิยม

Block title